เที่ยวคนเดียว
เพื่อรู้จักตัวเองมากขึ้น

เมื่อคุณได้เดินทางแล้วครั้งหนึ่ง การผจญภัยจะไม่มีวันสิ้นสุด แต่ความทรงจำมันจะถูกเล่นในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่าในเบื้องลึกของจิตใต้สำนึก จิตใจคนเราไม่สามารถละไปจากการเดินทางได้ง่ายขนาดนั้น

ไม่ใช่ทุกคนที่เคยหลงทาง จะหลงทาง

เราอาศัยอยู่ในโลกมหัศจรรย์ที่เต็มไปด้วยความงามเสน่ห์และการผจญภัยไม่มีที่สิ้นสุดสำหรับการผจญภัยที่เราสามารถมีได้ หากเพียงแต่เราแสวงหาด้วยการเปิดตาของเรา และเดินทางไป

การเดินทาง
คือการใช้ชีวิต

การเดินทางนั้นมากมายหลายล้านความรู้สึกที่คนเราจะแบ่งปันให้กันได้และไม่เพียงกี่โอกาสของเราที่โคจรมาแลกเปลี่ยนความทรงจำซักช่วงนึงของชีวิต

ความหมายของงานสืบ

ความหมายของงานสืบ

            ความหมายของงานสืบ งานสืบสวน หมายถึง การแสวงหาขเอเท็จจริงและหลักฐาน โดยพนักงานฝ่ายปกครองหรือจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งดำรงตำแหน่งพนักงานสืบสวนได้ปฏิบัติไปตามอำนาจหน้าที่ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนและเพื่อที่จะทราบรายละเอียดแห่งความผิดสาขาวิชาสอนนักสืบ

หน่วยงานสืบสวน หมายถึง

หน่วยงานสืบสวน หมายถึง ข้าราชการตำรวจที่ทำหน้าที่หาข่าวการกระทำความผิดในคดีต่าง ๆ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการเข้าจับกุมผู้กระทำความผิดได้ทันที่ และส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานสอบสวนต่อไป

 

หน่วยงานสืบสวน

อำนาจหน้าที่กองกำกับการสืบสวน

หลักการสืบสวน เป็นการแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานของพนักงานสืบสวน เพื่อที่จะทราบรายละเอียดแห่งความผิด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา นอกจากนั้นกองกำกับการสืบสวนยังมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

  1. อำนาจหน้าที่ในการถวายความปลอดภัย สำหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ พระราชอาคันตุกะ
  2. อำนาจหน้าที่ในงานสืบสวนคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และกฎหมายอื่นอันเกี่ยวกับความผิดอาญาทั้งหลาย
  3. อำนาจหน้าที่ในการดำเนินการเกี่ยวกับการป้องกัน และปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา
  4. งานการข่าว
  5. งานสืบสวนอาชญากรรมสำคัญ
  6. งานปฏิบัติการพิเศษ
  7. งานเก็บกู้วัตถุระเบิด
  8. งานสืบสวนคดียาเสพติดและสารเสพติดประเภทต่าง ๆ ในเขตอำนาจการรับผิดชอบของตำรวจภูธรจังหวัด โดยปฏิบัติหน้าที่ ดังนี้
  • งานธุรการและงานสารบัญ รวมทั้งจัดทำสถิติงานเข้า ออก ของกองกำกับการสืบสวน
  • งานประชาสัมพันธ์
  • ดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริง กรณีข้าราชการตำรวจถูกร้องเรียน กล่าวโทษว่ากระทำความผิดวินัยหรืออาญา
  • ดำเนินการสืบสวนหาข้อเท็จจริงตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา
  • ดำเนินการและสนับสนุนช่วยเหลือสถานีตำรวจท้องที่ในการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและกฎหมายอื่นอันเกี่ยวกับความผิดอาญา
  • ดำเนินการและสนับสนุนช่วยเหลือสถานีตำรวจท้องที่ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม การก่อความไม่สงบ การจลาจล การก่อการร้ายในรูปแบบต่าง ๆ การควบคุมฝูงชนและการเจรจาต่อรอง
  • สืบสวนคดีอาญาที่มีลักษณะกระทำเป็นองค์กร หรือขบวนการ คดีอาญาที่มีความรุนแรง ซับซ้อน และเกิดคาบเกี่ยวในหลายพื้นที่ของสถานีตำรวจภูธร ในเขตอำนาจการรับผิดชอบของตำรวจภูธรจังหวัด
  • เก็บรวบรวมข้อมูลสถิติคดีอาญา สำเนาหมายจับตลอดจนให้ความร่วมมือในการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับตามที่หน่วยอื่นประสานขอความร่วมมือ และจัดทำประวัติบุคคลผู้กระทำผิดอาญาและผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับคดีอาญา
  • อำนวยการในการแสวงหาข่าวสารที่เกี่ยวกับงานในหน้าที่ของตำรวจ รวมทั้งการตรวจสอบข่าว
  • ดำเนินการกรรมวิธีต่อข่าวสาร การผลิตข่าวสาร ข่าวกรอง และประเมินสถานการณ์ เสนอผู้บังคับบัญชาและหน่วยที่เกี่ยวข้อง
  • ดำเนินการสืบสวนหาข่าว และปฏิบัติการอื่นใด เพื่อประโยชน์ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม รวมทั้งงานด้านการข่าวที่เกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ อันเป็นการสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยต่าง ๆในเขตจังหวัดซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรจังหวัด

9. งานอื่น ๆ ที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย

วิธีการ และบทบาทหน้าที่การสืบสวน ความหมายของงานสืบ

บทบาทหน้าที่และวิธีการสืบสวนของพนักงานสืบสวนหลังเกิดเหตุจะมีการอยู่ 2 วิธี ได้แก่ การสืบสวนโดยวิธีธรรมดา และการสืบสวนโดยใช้วิทยาการ ดังนี้

การสืบสวนโดยวิธีธรรมดา

  1. สืบสวนจากมูลเหตุและเจตนา
  2. สืบสวนจากการซักถาม
  3. สืบสวนจากพยานหลักฐานที่คนร้ายทำทิ้งไว้
  4. สืบสวนโดยใช้สายลับ
  5. สืบสวนโดยการเฝ้าจุด
  6. สืบสวนโดยการสะกดรอย
  7. สืบสวนโดยวิธีการนกต่อ
  8. สืบสวนโดยวิธีการเข้าเกลียว
  9. สืบสวนโดยใช้เทคนิคการอำพราง
  10. สืบสวนโดยการก่อให้เกิดการแตกแยกในหมู่คนร้าย
  11. สืบสวนโดยใช้อิทธิพลความเชื่อถือในตัวผู้สืบ
  12. สืบสวนโดยใช้บุคคลซึ่งเป็นที่เคารพนับถือในท้องถิ่น
  13. สืบสวนโดยการตรวจค้น
  14. สืบสวนโดยการตรวจสอบประวัติรูปถ่ายและตำหนิรูปพรรณ

การสืบสวนโดยใช้วิทยาการ

การสืบสวนโดยใช้วิทยาการ

  1. สืบสวนจากร่องรอยวัตถุพยาน
  2. สืบสวนจากบันทึกแผนประทุษกรรม

คุณสมบัติเฉพาะของนายร้อยตำรวจสายงานสืบสวน ความหมายของงานสืบ

1. คุณสมบัติของพนักงานสืบสวนทางบุคลิกภาพและสติปัญญา

  • ฉลาด มีไหวพริบและมีปฏิภาณดี
  • เป็นผู้ช่างสังเกตและจดจำ
  • มีมนุษย์สัมพันธ์ดี เข้ากับคนได้ทุกประเภท
  • รูปร่างลักษณะปกติธรรมดาเหมือนคนปกติทั่วไป
  • รู้จักนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาใช้ในการสืบสวน
  • มุ่งมั่น อดทน เสียสละ กล้า และสามารถควบคุมตัวเองได้
  • ต้องมีความรู้ความเข้าใจในวิชาจิตวิทยา ตรรกวิทยา ปรัชญา
  • มีความสามารถในการทำงานเป็นทีม
  • ดำเนินการสอบสวนตามประเด็นที่ตั้งไว้ได้อย่างรวดเร็ว ต่อเนื่อง เป็นขั้นตอนด้วยความมุ่งมั่นและอดทน
  • พิจารณาแยกแยะ ดำเนินการระหว่างงานสำคัญและงานเร่งด่วนให้ได้
  • รักงานสืบสวนอย่างแท้จริง
  • มีองค์ความรู้เหนือมาตรฐาน

2. คุณสมบัติด้านการสังเกตและจดจำตำหนิรูปพรรณบุคคล สิ่งของ สถานที่และการจดจำเหตุการณ์

  • การจดจำลักษณะคน
    • จดจำลักษณะหรือภาพรวมของตัวบุคคล
    • แล้วค่อยจำลักษณะย่อยเป็นขั้นตอนตามลำดับ
    • ใช้วิธีเปรียบเทียบจากลักษณะของตัวเรา หรือคนที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก
    • หาตำหนิพิเศษ (เช่นลอยสัก)
    • การเปรียบเทียบอายุ ส่วนสูง สีผิว
  • การจดจำสิ่งของหรือยานพาหนะ
    • การจำสี การเปรียบเทียบสี
    • การจดจำยี่ห้อรถ
    • จดจำ ลักษณะ ขนาด จำนวน น้ำหนัก เช่น อาวุธ
    • หาตำหนิพิเศษ
  • การจดจำสถานที่
    • ระยะเวลาในการเดินทางไปที่ยังสถานที่แห่งนั้น
    • หาจุดช่วยจำ
  • การจดจำเหตุการณ์
    • หาเหตุช่วยจำ
    • หลังเหตุการณ์จบลงแล้วให้รีบทบทวนในใจ
  • จดบันทึกความจำ

คุณธรรม จริยธรรมของข้าราชการตำรวจ

ตำรวจ เป็นองค์กรแรกของระบบงานยุติธรรม มีหน้าที่ในการสืบสวนสอบสวนและจับกุมผู้ต้องหา รักษากฎหมายที่เกี่ยวแก่การกระทำผิดในทางอาญา ภารกิจหลักของข้าราชการตำรวจคือการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ประชาชน และเพื่อให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ประชาชนมีความศรัทธาเชื่อมั่น จึงต้องกำหนดประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ เป็นกรอบการประพฤติปฏิบัติ ให้มีคุณธรรม จริยธรรมและจรรยาบรรณที่ดีเป็นมาตรฐาน ประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ ประกอบด้วย 2 ส่วน ได้แก่สํานักงานนักสืบ

ส่วนที่ 1 มาตรฐานคุณธรรมและอุดมคติของตำรวจ เป็นเครื่องเหนี่ยวรั้งให้ข้าราชการตำรวจอยู่ในกรอบของศีลธรรมและคุณธรรม ขณะเดียวกันก็เป็นแนวทางชี้นำให้ข้าราชการตำรวจบรรลุปณิธานของการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

1.1 ข้าราชการตำรวจ พึงยึดถือคุณธรรมสี่ประการตามพระบรมราโชวาท เพื่อเป็นเครื่องเหนี่ยวรั้งในการประพฤติปฏิบัติตน และปฏิบัติหน้าที่ ดังนี้

  1. การรักษาความสัจ ความจริงใจต่อตัวเองที่จะประพฤติปฏิบัติแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์และเป็นธรรม
  2. การรู้จักข่มใจตนเอง ฝึกตนเองให้ประพฤติปฏิบัติอยู่ในความสัจ ความดีเท่านั้น
  3. การอดทน อดกลั้น และอดออม ที่จะไม่ประพฤติล่วงความสัจสุจริต ไม่ว่าด้วยเหตุประการใด
  4. การรู้จักละวางความชั่ว ความทุจริต และรู้จักสละประโยชน์ส่วนน้อยของตนเพื่อประโยชน์ส่วนใหญ่ของบ้านเมือง

1.2 ข้าราชการตำรวจพึงยึดถืออุดมคติของตำรวจ 9 ประการ  เพื่อเป็นแนวทางชี้นำการประพฤติตนและปฏิบัติหน้าที่เพื่อบรรลุถึงปณิธานของการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ดังนี้

  1. เคารพเอื้อเฟื้อต่อหน้าที่
  2. กรุณาปราณีต่อประชาชน
  3. อดทนต่อความเจ็บใจ
  4. ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก
  5. ไม่มักมากในลาภผล
  6. มุ่งบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชน
  7. ดำรงตนในยุติธรรม
  8. กระทำการด้วยปัญญา
  9. รักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิต

1.3 ข้าราชการตำรวจพึงหมั่นศึกษาหาความรู้อยู่ตลอดเวลา

การศึกษาหาความรู้อยู่ตลอดเวลา ก็เพื่อพัฒนาตนเองให้ทันโลกทันเหตุการณ์ และมีความชำนาญการในงานที่อยู่ในความรับผิดชอบ รวมทั้งต้องศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับ กฎหมาย ระเบียบ ธรรมเนียมการปฏิบัติของส่วนราชการในกระบวนการยุติธรรมอื่นที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ และความรับผิดชอบของตน เพื่อสามารถประสานงานได้อย่างกลมกลืนแนบเนียน และเป็นประโยชน์ต่อ ราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ส่วนที่ 2 มาตรฐานทางจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ

  • มาตรฐานทางจริยธรรมของตำรวจ

2.1 ข้าราชการตำรวจต้องเคารพ ศรัทธา และยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งต้องประพฤติปฏิบัติ ดังนี้

  1. จงรักภักดีและเทิดทูนพระมหากษัตริย์ พระราชินี และพระรัชทายาท และไม่ยอมให้ผู้ใดล่วงละเมิด
  2. สนับสนุนการเมืองประชาธิปไตยด้วยศรัทธา มีความเป็นกลางทางการเมือง ไม่เป็นผู้บริหารหรือกรรมการพรรคการเมือง และไม่กระทำการใด ๆ อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่พรรคการเมือง หรือผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้งในระดับชาติและท้องถิ่น

2.2 ข้าราชการตำรวจต้องเคารพสิทธิและเสรีภาพของประชาชนตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ และตามกฎหมายอื่นโดยเคร่งครัด โดยไม่เลือกปฏิบัติ

2.3 ข้าราชการตำรวจต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยคำนึงถึงประโยชน์ของทางราชการ ประชาชน ชุมชน และประเทศชาติเป็นสำคัญ ซึ่งต้องประพฤติปฏิบัติ ดังนี้

  1. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรวดเร็ว กระตือรือร้น รอบคอบ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นธรรม
  2. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความวิริยะอุตสาหะ ขยันหมั่นเพียร เสียสละ ใช้ปฏิภาณไหวพริบกล้าหาญและอดทน
  3. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความเต็มใจ ไม่ละทิ้งหน้าที่ ไม่หลีกเลี่ยงหรือปัดความรับผิดชอบ
  4. ดูแลรักษาและใช้ทรัพย์สินของทางราชการอย่างประหยัดคุ้มค่า โดยระมัดระวังมิให้เสียหายหรือสิ้นเปลืองเยี่ยงวิญญูชนจะพึงปฏิบัติต่อทรัพย์สินของตนเอง
  5. รักษาความลับของทางราชการ และความลับที่ได้มาจากการปฏิบัติหน้าที่ หรือจาก
  6. ประชาชนผู้มาติดต่อราชการ เว้นแต่เป็นการเปิดเผยเพื่อประโยชน์ในกระบวนการยุติธรรม หรือการตรวจสอบตามที่กฎหมาย กฎ ข้อบังคับ กำหนด

2.4 ข้าราชการตำรวจต้องมีจิตสำนึกของความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เพื่อให้ประชาชนศรัทธาและเชื่อมั่น ซึ่งต้องประพฤติปฏิบัติดังนี้

  1. มีท่าทีเป็นมิตร มีมนุษยสัมพันธ์อันดี และมีความสุภาพอ่อนโยนต่อประชาชน ผู้รับบริการ รวมทั้งให้บริการประชาชนด้วยความเต็มใจ รวดเร็ว และไม่เลือกปฏิบัติ
  2. ปฏิบัติตนให้เป็นที่เชื่อถือไว้วางใจของประชาชน ไม่เบียดเบียน ไม่แสดงกริยาหรือท่าทางไม่สุภาพหรือไม่ให้เกียรติ รวมทั้งไม่ใช้ถ้อยคำ กริยา หรือท่าทาง ที่มีลักษณะหยาบคาย ดูหมิ่น หรือเหยียดหยามประชาชน
  3. เอื้อเฟื้อ สงเคราะห์ และช่วยเหลือประชาชนเมื่ออยู่ในฐานะที่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือ หรือประสบเคราะห์จากอุบัติเหตุ การละเมิดกฎหมาย หรือภัยอื่น ๆ ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นผู้ต้องสงสัยหรือผู้กระทำผิดกฎหมายหรือไม่
  4. ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของทางราชการอย่างเคร่งครัด การให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนที่ร้องขอ ต้องดำเนินการด้วยความรวดเร็ว ไม่ถ่วงเวลาให้เนิ่นช้าและไม่ให้ข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จแก่ประชาชน

2.5 ข้าราชการตำรวจต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตและยึดมั่นในศีลธรรม โดยยึดประโยชน์ส่วนรวมเหนือประโยชน์ส่วนตน ซึ่งต้องประพฤติปฏิบัติ ดังนี้

  1. ไม่ใช้ตำแหน่ง อำนาจหรือหน้าที่ หรือไม่ยอมให้ผู้อื่นใช้ตำแหน่ง อำนาจหรือหน้าที่ของตน แสวงหาประโยชน์สาหรับตนเองหรือผู้อื่น
  2. ไม่ใช้ตำแหน่ง อำนาจหรือหน้าที่ หรือไม่ยอมให้ผู้อื่นใช้ตำแหน่ง อำนาจหรือหน้าที่ของตนไปในทางจูงใจหรือมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ การใช้ดุลพินิจ หรือการกระทำของข้าราชการตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอื่น อันเป็นผลให้การตัดสินใจ การใช้ดุลพินิจ หรือการกระทำของผู้นั้นสูญเสียความเที่ยงธรรมและยุติธรรม
  3. ไม่รับของขวัญนอกเหนือจากโอกาสและกาลตามประเพณีนิยม และของขวัญนั้นต้องมีมูลค่าตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติประกาศกำหนดเว้นแต่ญาติซึ่งให้โดยเสน่หาตามจำนวนที่เหมาะสมตามฐานานุรูปหรือการให้โดยธรรมจรรยา
  4. ไม่ใช้เวลาราชการหรือทรัพย์ของราชการเพื่อธุรกิจหรือประโยชน์ส่วนตน
  5. ไม่ประกอบอาชีพเสริมซึ่งมีลักษณะเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน หรือเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม
  6. ดำรงชีวิตส่วนตัวไม่ให้เกิดมลทินมัวหมองต่อตำแหน่งหน้าที่ ไม่ทำผิดกฎหมาย แม้เห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่หมกมุ่นในอบายมุขทั้งหลาย ไม่ฟุ้งเฟ้อหรูหรา และใช้จ่ายประหยัดตามฐานะแห่งตน

2.6 ข้าราชการตำรวจต้องภาคภูมิใจในวิชาชีพ กล้ายืนหยัดกระทำในสิ่งที่ถูกต้องดีงามเพื่อเกียรติศักดิ์และศักดิ์ศรีของความเป็นตำรวจ ซึ่งต้องประพฤติปฏิบัติ ดังนี

  1. ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาตามครรลองของการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายอย่างเคร่งครัด
  2. ไม่สั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติการในสิ่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือขัดต่อคุณธรรมและศีลธรรม
  3. ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งที่ตนรู้หรือควรจะรู้ว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย ในการนี้ให้ทักท้วง เป็นลายลักษณ์อักษรต่อผู้บังคับบัญชาผู้สั่ง
  4. ไม่เลี่ยงกฎหมาย ใช้หรือแนะนำให้ใช้ช่องโหว่ของกฎหมายเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น หรือทำให้สูญเสียความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม

2.7 นายร้อยตำรวจสายพนักงานสืบสวน ในฐานะเป็นผู้บังคับบัญชา ข้าราชการตำรวจต้องประพฤติปฏิบัติ ดังนี้

  1. ประพฤติปฏิบัติตนเป็นผู้นำและเป็นแบบอย่างที่ดี รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาและที่พึ่งของผู้ใต้บังคับบัญชา
  2. หมั่นอบรมให้ผู้ใต้บังคับบัญชายึดถือปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณ ว่ากล่าวตักเตือนด้วยจิตเมตตา และให้ความรู้เกี่ยวกับงานในหน้าที่
  3. ปกครองบังคับบัญชาด้วยหลักการและเหตุผลที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม ยอมรับฟังความคิดเห็น และไม่ผลักความรับผิดชอบให้ผู้ใต้บังคับบัญชา
  4. ใช้หลักคุณธรรมในการบริหารงานบุคคลที่อยู่ในความรับผิดชอบของตนอย่างเคร่งครัด และปราศจากความลำเอียง

2.8 นายร้อยตำรวจสายพนักงานสืบสวน ในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงาน ข้าราชการตำรวจต้องประพฤติปฏิบัติ ดังนี้

  1. เคารพเชื่อฟัง และปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาที่ชอบด้วยกฎหมาย
  2. รักษาวินัยและความสามัคคีในหมู่คณะ
  3. ปฏิบัติต่อผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานด้วยความสุภาพมีน้าใจ รักใคร่สมานฉันท์ และมีมนุษยสัมพันธ์ รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นของเพื่อนร่วมงาน
  4. อุทิศตนเอง ไม่หลีกเลี่ยงหรือเกี่ยงงาน ร่วมมือร่วมใจปฏิบัติหน้าที่โดยยึดความสำเร็จของงานและชื่อเสียงของหน่วยเป็นที่ตั้ง

2.9 ข้าราชการตำรวจต้องปฏิบัติตามค่านิยมหลักของมาตรฐานจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดินกำหนด ดังนี้

  1. การยึดมั่นในคุณธรรมและจริยธรรม
  2. การมีจิตสำนึกที่ดี ซื่อสัตย์ สุจริต และรับผิดชอบ
  3. การยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน
  4. การยืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้อง เป็นธรรม และถูกกฎหมาย
  5. การให้บริการแก่ประชาชนด้วยความรวดเร็ว มีอัธยาศัย และไม่เลือกปฏิบัติ
  6. การให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนอย่างครบถ้วน ถูกต้อง และไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง
  7. การมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน รักษามาตรฐาน มีคุณภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้
  8. การยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
  9. การยึดมั่นในหลักจรรยาวิชาชีพขององค์การ

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *