เที่ยวคนเดียว
เพื่อรู้จักตัวเองมากขึ้น

เมื่อคุณได้เดินทางแล้วครั้งหนึ่ง การผจญภัยจะไม่มีวันสิ้นสุด แต่ความทรงจำมันจะถูกเล่นในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่าในเบื้องลึกของจิตใต้สำนึก จิตใจคนเราไม่สามารถละไปจากการเดินทางได้ง่ายขนาดนั้น

ไม่ใช่ทุกคนที่เคยหลงทาง จะหลงทาง

เราอาศัยอยู่ในโลกมหัศจรรย์ที่เต็มไปด้วยความงามเสน่ห์และการผจญภัยไม่มีที่สิ้นสุดสำหรับการผจญภัยที่เราสามารถมีได้ หากเพียงแต่เราแสวงหาด้วยการเปิดตาของเรา และเดินทางไป

การเดินทาง
คือการใช้ชีวิต

การเดินทางนั้นมากมายหลายล้านความรู้สึกที่คนเราจะแบ่งปันให้กันได้และไม่เพียงกี่โอกาสของเราที่โคจรมาแลกเปลี่ยนความทรงจำซักช่วงนึงของชีวิต

จุดชมวิวซุยถัง เชียงใหม่ ชมทะเลหมอก

จุดชมวิวซุยถัง เชียงใหม่ ปลายฝนต้นหนาว ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการไปเยือน จุดชมวิวซุยถัง ดอยอ่างขาง ที่เที่ยวเชียงใหม่ ที่ซึ่งจะพาให้เราไปชมสายหมอกสีขาวที่ไหลลัดเลาะไปตามทิวเขาราวกับสายธาร ดื่มด่ำกับธรรมชาติอันบริสุทธิ์ และถ่ายรูปกับวิวสวยๆ บรรยากาศดีขนาดนี้

จุดชมวิวฐานปฏิบัติการซุยถัง ตั้งอยู่บน ดอยอ่างขาง อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ห่างจาก สถานีเกษตรหลวงดอยอ่างข่าง ไปเพียง 11 กิโลเมตร เป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยงาม ไหลลัดเลาะไปตามขุนเขาราวสายธาร จึงเป็นที่มาของชื่อ จุดชมวิวซุยถัง ในภาษาจีนยูนนานแปลว่า “ลำธารแห่งสายหมอก”พาเที่ยวประเทศที่สาวโสดต้องไป

จุดชมวิวซุยถัง เชียงใหม่

ไฮไลท์ จุดชมวิวซุยถัง

ไฮไลท์ จุดชมวิวซุยถัง

เป็นจุดชมวิวที่สวยงามอีกจุดหนึ่งของดอยอ่างขาง ที่สามารถชมทะเลหมอกได้แบบใกล้ชิด  ห่างจากสถานีเกษตรหลวงดอยอ่างขางไปทางหมู่บ้านอรุโณทัย อ.ไชยปราการประมาณ 11 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมง มีทะเลหมอกให้ชมแบบสวยงามโดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว บริเวณจุดชมวิว มีลานกางเต็นท์ ร้านอาหารและห้องน้ำให้บริการนักท่องเที่ยว

เดินทางเมื่อผ่านจุดชมวิวม่อนสนให้ขับตรงไปจะเจอด่านตรวจตรงสามแยกอ่างขาง เลี้ยวขวาไปทางบ้านอรุโณทัยไปประมาณ 5 กิโลเมตร จะเจอจุดชมวิวซุยถัง หากไม่แน่ใจในเส้นทางสอบถามทางตรงป้อมทหารได้ สำหรับช่วงเวลาที่สามารถชมทะเลหมอกบริเวณจุดชมสายหมอกได้แบบสวยงาม แนะนำว่าควรมาหลังจากที่พระอาทิตย์ขึ้นไปแล้ว หรือให้มีแสงสว่างซักเล็กน้อย เพราะบริเวณที่มีทะเลหมอกจะไม่ใช้จุดที่พระอาทิตย์ขึ้นโดยตรง ต้องให้รอให้สว่างและแสงอาทิตย์เริ่มเจิดจ้าซักหน่อยซักประมาณ 7  โมงเป็นต้นไป ในบางวันทะเลหมอกมีให้ชมไปจนถึงประมาณ 9.30 น. สำหรับเราเลือกชมทะเลหมอกที่จุดชมวิวม่อนสนก่อน จากนั้นก็มาชมทะเลหมอกซุยถังต่อ  ซึ่งกำลังได้เวลาที่หมอกสวยงามพอดี  แสงสีทองเริ่มส่องมากระทบกับทิวเขา

ช่วงปลายฝนต้นหนาวไปจนถึงฤดูหนาวถือเป็นไฮไลท์ของการมาเยือน จุดชมวิวซุยถัง เพราะนอกจากจะได้รับลมหนาวแล้ว ยังสามารถชมสายธารหมอกสีขาวไหลผ่านขุนเขาสีเขียวขจีในยามเช้า โดยเฉพาะช่วงเวลา 7 โมงเช้า ยามที่แสงอาทิตย์จะค่อยๆ สาดส่องลงบนภูเขาและทะเลหมอก ก่อเกิดเป็นทัศนียภาพที่งดงามราวภาพฝัน ทำให้มีนักท่องเที่ยวมากมายต่างอยากมาชมความงาม และถ่ายรูปสวยๆ ไม่เพียงเท่านี้ บริเวณจุดชมวิวยังมีทั้งร้านค้า และร้านอาหารที่สามารถนั่งชมวิวสวยๆ ของทะเลหมอก และสูดอากาศบริสุทธิ์ระหว่างทานอาหารอร่อยๆ ได้ แถมยังมีลานกางเต็นท์และที่พักบริการสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสธรรมชาติให้เต็มอิ่ม เก็บแรงไว้เดินทางเที่ยวต่อบนดอยอ่างขาง

ลักษณะของทะเลหมอกของจุดชมวิวซุยถังเรียกว่า เป็นลำธารแห่งสายหมอก เพราะอยู่ในแอ่งที่รายล้อมด้วยหุบเขา มองไปเหมือนสายน้ำไหล  มีระเบียงชมวิวของร้านค้าให้ยืนชมแบบแนบชิดทะเลหมอก  ซึ่งสามารถนั่งรับประทานอาหารได้ในยามเช้าไปชมทะเลหมอกไปได้อีกด้วย

เรียกได้ว่าจะเพลิดเพลินกับสายหมอกสีขาวราวปุยนุ่นที่อยู่ในอ้อมกอดสีเขียวของภูเขาได้แบบไม่รู้สึกเบื่อ ยิ่งสว่างมากขึ้น ท้องฟ้าก็จะเริ่มเป็นสีฟ้า ทะเลหมอกก็จะยิ่งฟูขึ้นมาและสว่างชัดเจนขึ้น เป็นจุดชมวิวที่คนยังไม่เยอะ ยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมมาก ส่วนใหญ่จะเที่ยวจุดชมวิวม่อนสน ไร่ชา 2000 และไร่สรอว์เบอรี่กันมากกว่า แต่จุดชมวิวซุยถังอาจไม่ได้มีหมอกให้ชมทุกวันในฤดูหนาว แล้วแต่สภาพอากาศ ถ้ามีความชื้นสูง เช่น ฝนตกใหม่ๆแล้วหลังจากนั้นสภาพอากาศดี จะมีโอกาสได้เห็นทะเลหมอกได้ง่ายและแน่นขึ้นด้วย

การเดินทางไป จุดชมวิวซุยถัง

การเดินทางไป จุดชมวิวซุยถัง ให้ใช้เส้นทางเชียงใหม่-ฝาง เมื่อถึงสามแยกเมืองงาย อำเภอเชียงดาว ให้เลี้ยวซ้ายไปยังหมู่บ้านอรุโรทัย ตรงไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตรก็จะถึงจุดชมวิวซุยถัง

สำหรับใครที่อยากมาชมทะเลหมอกสวย ๆ แต่นักท่องเที่ยวยังไม่เยอะ รับรองว่ามาที่นี่ไม่มีผิดหวัง และหลังจากที่ฟินกับทะเลหมอกจนหนำใจ ก็ค่อยเดินทางไปเที่ยวกันต่อที่เที่ยวจุดชมวิวม่อนสน, ไร่ชา 2000 และไร่สตรอว์เบอร์รี กันต่อก็ได้นะคะ แต่แอบกระซิบไว้ตรงนี้นิดหนึ่งว่า…ทะเลหมอกที่จุดชมวิวซุยถังอาจไม่ได้มีทุกวัน เพราะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ถ้ามีความชื้นสูง เช่น ฝนตกใหม่ ๆ แล้วหลังจากนั้นสภาพอากาศดี จะมีโอกาสได้เห็นทะเลหมอกได้ง่ายและแน่นขึ้นนั่นเองไฮโล

เป็นประจำทุกปีในช่วงฤดูหนาว จุดชมวิวซุยถังจะมีนักท่องเที่ยวต่างแวะเวียนมาเยี่ยมชมความสวยงามของทะเลหมอกกันเป็นจำนวนมาก จริง ๆ แล้วทะเลหมอกจะมีมากตั้งแต่ช่วงปลายฝนต้นหนาว เรื่อยไปจนหมดฤดูหนาวกันเลยทีเดียว ที่สำคัญที่นี่ยังมีลานกางเต็นท์ ร้านค้า และร้านอาหาร ไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว ตื่นเช้ามาก็มานั่งกินอาหารในยามเช้าไปพลาง ชมทะเลหมอกไปพลาง บรรยากาศมันช่างดีอะไรอย่างนี้เนี่ย โดยอยู่ห่างจากสถานีเกษตรหลวงดอยอ่างขางไปทางหมูบ้านอรุโณทัย อำเภอไชยปราการ ประมาณ 11 กิโลเมตร หลายคนเมื่อฟังชื่อแล้ว อาจจะติดใจว่า เอ๊ะ !! “ซุยถัง” แปลว่าอะไร ? มีความหมายอะไรหรือเปล่า ? จริง ๆ แล้วซุยถังเป็นภาษาจีนยูนนาน แปลว่า ธารน้ำไหล ซึ่งตรงกับลักษณะของทะเลหมอกของที่นี่ คล้ายกับธารน้ำไหลไปตามช่องเขา เรียกได้ว่าสวยสมชื่อสุด ๆ

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *