เที่ยวคนเดียว
เพื่อรู้จักตัวเองมากขึ้น

เมื่อคุณได้เดินทางแล้วครั้งหนึ่ง การผจญภัยจะไม่มีวันสิ้นสุด แต่ความทรงจำมันจะถูกเล่นในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่าในเบื้องลึกของจิตใต้สำนึก จิตใจคนเราไม่สามารถละไปจากการเดินทางได้ง่ายขนาดนั้น

ไม่ใช่ทุกคนที่เคยหลงทาง จะหลงทาง

เราอาศัยอยู่ในโลกมหัศจรรย์ที่เต็มไปด้วยความงามเสน่ห์และการผจญภัยไม่มีที่สิ้นสุดสำหรับการผจญภัยที่เราสามารถมีได้ หากเพียงแต่เราแสวงหาด้วยการเปิดตาของเรา และเดินทางไป

การเดินทาง
คือการใช้ชีวิต

การเดินทางนั้นมากมายหลายล้านความรู้สึกที่คนเราจะแบ่งปันให้กันได้และไม่เพียงกี่โอกาสของเราที่โคจรมาแลกเปลี่ยนความทรงจำซักช่วงนึงของชีวิต

บ้านต้นไม้ บ้านแม่แมะ

บ้านต้นไม้ บ้านแม่แมะ บ้านไม้หลังคามุงจากหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่แนบชิดกับผืนป่า มองเห็นต้นไม้เขียวขจีขึ้นแซมกันหนาแน่น ได้เห็นบรรยากาศแสนสงบของธรรมชาติรอบด้าน  ถือว่าเป็นภาพเปิดประเด็นที่ทำให้อยากเข้ามาทำความรู้จัก  อยากมาพักบ้านหลังนี้ให้ได้ซักครั้ง  หลังจากพยายามจองบ้านพักช่วงวันหยุดในหน้าหนาวมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ไม่ได้จองล่วงหน้านาน ทราบมาว่าบ้านพักเต็มยาวหลายเดือน เลยพลาดโอกาสไป ครั้งนี้มีความตั้งใจมากจองล่วงหน้านาน 4 เดือน และตั้งใจเดินทางมาเที่ยวช่วงหน้าฝน เพราะอยากเห็นความเขียวขจีและสายหมอกฝน เย้ สำเร็จซักที ตั้งหน้าตั้งตารอให้วันนั้นมาถึง และก็มาถึงจนได้

บ้านแม่แมะ ตั้งอยู่ในอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนถึงตัวเมืองเชียงดาว  4-5 ก.ม. บนถนนสายหลัก 107 จะมีทางแยกไปบ้านแม่แมะ  จากนั้นเดินทางไปอีกประมาณ  10 กิโลเมตร บนเส้นทางถนนที่ราดยางตลอด แต่บางช่วงแคบและชันเล็กน้อย เส้นทางจะคล้ายกับทางไปบ้านระเบียงดาว รถทุกชนิดสัญจรได้ยกเว้นรถทัวร์บัสใหญ่ ระหว่างทางก็จะมีป้ายบอกตลอด แต่หากกลัวว่าจะมาไม่ถูกก็ตั้งการเดินทางจาก google maps ถึงแน่นอนจุดชมวิวซุยถัง เชียงใหม่ ชมทะเลหมอก

นั่งรถมาไม่นานก็มาถึงปากทางเข้าบ้านแม่แมะ สำหรับใครที่นำรถส่วนตัวมาสามารถจอดขนสัมภาระด้านหน้าได้ จากนั้นให้นำรถไปจอดที่วัดแม่แมะซึ่งอยู่ตรงข้ามปากทางเข้า  บ้านแม่แมะมีโฮมสเตย์ให้บริการประมาณ  4  แห่ง โฮมสเตย์แห่งแรกที่เป็นจุดเริ่มต้นและทำให้การท่องเที่ยวบ้านแม่แมะให้เป็นที่รู้จัก  คือ บ้านต้นไม้  ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าทางเข้า จากนั้นถ้าไล่ตามลำดับของที่ตั้งจากบ้านแม่แมะ  คือ  ไอยเรศชมจันทร์  เฌอชีวา บ้านระเบียงน้ำ ซึ่งตั้งอยู่ติดๆ กันสามารถเดินเที่ยวชมที่พักแต่ละแห่งได้   เรียกว่าเป็นชุมชนโฮมสเตย์ก็ว่าได้  ไฮไลท์ของการมาเที่ยวบ้านแม่แมะ  คือ การได้พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ นั่งมองป่าเขาเขียวขจี สูดอากาศบริสุทธิ์  เดินเล่นชมลำธารที่ไหลพาดผ่าน  ใช้ชีวิตให้กลมกลืนไปกับพื้นที่และธรรมชาติ  เรียกว่าได้มาพักผ่อนแบบแท้จริง

บ้านต้นไม้ บ้านแม่แมะ

บ้านแม่แมะ

มาถึงที่พัก  บ้านต้นไม้   มีที่พักหลายหลัง เริ่มจากหลังนี้ ซึ่งเป็นไฮไลท์ บ้านไม้หลังคามุงจากรายล้อมไปด้วยต้นไม้เขียวขจี  ที่มองเห็นได้จากหน้าบ้านพัก  ราคาแพคเกจของบ้านต้นไม้ คนละ 750 บาท รวมที่พักและอาหาร 2 มื้อ  เช้าและเย็น  บ้านหลังนี้มีห้องใหญ่ 1 ห้อง พักได้ 7 คน  ประตูห้องสามารถเลื่อนได้เพื่อชมวิวความเขียวขจีของป่าเขา

ส่วนห้องเล็กมี  3 ห้อง พักได้ห้องละ 2  คน  มี 1 ห้อง ที่ sea view ประตูบานเลื่อนสามารถเลื่อนเพื่อเปิดชมวิวได้เช่นกัน  อะไรมันจะดีขนาดนั้น

พื้นที่ของโถงส่วนกลางกว้างขวาง เปิดโล่ง  มีมุมนั่งเล่น พักผ่อนหลายมุม ทั้งแบบโต๊ะนั่ง และแปลนอน  นั่งเล่น นอนเล่นฟังเสียงธรรมชาติ มองความเขียวขจี และสายหมอกฝนที่ไหลพาดผ่านมาตลอด  แถมยังได้ยินเสียงลำธารเบื้องล่างดังแว่วๆไม่ไกล นั่งอยู่เฉยๆ ก็มีความสุขได้ กับธรรมชาติที่รายล้อมรอบด้าน

หรือถ้าใครอยากจิบเครื่องดื่ม มีบริการชา กาแฟ และขนม หรือระหว่างรอมื้อเย็นเกิดอาการหิว ก็สั่งอาหารมาทานได้ค่ะ ที่นี่บริการอาหารตามสั่งด้วย เป็นอาหารจานเดียวแบบง่ายๆ รสชาติอร่อยเลยทีเดียว

บ้านต้นไม้ มีบ้านพักหลายหลัง นอกจากหลังใหญ่แล้ว ยังมีหลังที่อยู่บนต้นไม้ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ ซึ่งช่วงหน้าฝนไม่ได้เปิดให้พักเพราะฝนตกลงมาจะสาดเข้ามาในตัวบ้านและมีน้ำจากต้นไม้ไหลลงมาด้วย  และบ้านพักหลังเล็กอีกโซนตั้งอยู่ตรงข้ามบ้านหลังแรก  วิวของบ้านจะอยู่แนบชิดกับลำธาร  พื้นที่กว้างขวางมีส่วนของที่นั่งเล่นเช่นกัน

ในตอนแรกตั้งใจว่าจะไปเดินชมบ้านพักหลังอื่น แต่ฝนตกลงมาตลอด เลยไม่ได้ไป นั่งพัก นั่งเล่น มองสายหมอกลอยผ่านไปมา แค่เห็นก็สดชื่น  นั่งนิ่งๆ กดโทรศัพท์  มองวิวแบบนี้ได้ทั้งวัน  ไม่มีเสียงอะไรมารบกวน นอกจากเสียงของธรรมชาติ คือ เป็นสถานที่มีความเงียบสงบ รู้สึกผ่อนคลาย  ชอบมากความรู้สึกแบบนี้

อาหารเย็นเริ่มเวลา 18.00 น. ซึ่งเป็นอาหารแบบบุฟเฟ่ มีกับข้าว 3 อย่าง คือ ไข่เจียว น้ำพริกอ่องพร้อมผัก  ต้มยำไก่ ภาพเล็กซ้ายบนสุด ส่วนอาหารแบบใส่มาในโตกพอดีวันเดินทางมีนักท่องเที่ยวมาเยอะ ซึ่งจะมีชาวต่างชาติด้วย ทางที่พักเลยจัดขันโตกซึ่งถ้าใครสนใจทานเพิ่มเงินอีกคนละ 50 บาท มีอาหารเพิ่มมา 2 อย่าง คือ ปีกไก่ทอด กับแกงฮังเล ส่วนภาพอาหารข้างล่าง คือ อาหารเช้า มีข้าวต้ม  ไข่ต้ม ขนมปัง กาแฟ ชา โอวัลติน คอนเฟค+นม  รสชาติอาหารอร่อยทุกมื้อ

บ้านไอยเรศชมจันทร์

ในช่วงเช้าถือว่าเป็นบรรยากาศที่น่าตื่นเช้ากันซักนิด เพราะแสงอาทิตย์ส่องมายังตัวบ้าน เป็นภาพอุ่นๆที่สวยมาก รวมถึงสายหมอกฝนก็ลอยมาเป็นระยะ เช้าวันใหม่หลังจากฝนหยุดตก ได้เวลาเดินมารับอากาศบริสุทธิ์และชมบรรยากาศของที่พักบ้านแม่แมะในบริเวณอื่นกันบ้าง  เดินไปตามเส้นทางเล็กๆ

จากบ้านแม่แมะเจอ บ้านไอยเรศชมจันทร์ เป็นอันดับแรกอยู่ติดกับบ้านต้นไม้ ทราบมาว่าเป็นพี่น้องกัน บ้านไอยเรศชมจันทร์เป็นบ้านกระท่อมหลังเล็กๆ มีประมาณ 2 หลัง แต่ละหลังก็แบ่งซอยเป็นห้องพัก และมีพื้นที่ส่วนกลางสำหรับนั่งชมวิวเช่นกัน  คุณลุงคุณป้า เจ้าของบ้านก็น่ารักมาก ยิ้มแย้มทักทาย และเชื้อเชิญให้เข้ามาชมบ้านพัก คือ ชาวบ้านและเจ้าของที่พัก  คือ คนในพื้นที่ค่อนข้างเป็นมิตรและอัธยาศัยดีมาก

จากบ้านไอยเรศ เดินมาไม่ไกลจะเจอ เฌอชีวา ที่พักที่กำลังมาแรงอีกแห่งหนึ่งของบ้านแม่แมะ  เป็นบ้านพักติดลำธารหลังใหญ่มีห้องพักแบบเป็นห้องเช่นกัน  เดินลงมาข้างล่างจะเจอกับพื้นที่ส่วนกลาง ทักทายเจ้าของบ้านและขออนุญาติถ่ายภาพ  คือ ใจดีมากค่ะ บอกว่าถ่ายได้ตามสบายแถมมีเชิญให้ทานกาแฟและทานกล้วยอีก  ที่พักจัดตกแต่งได้น่ารักกลมกลืนกับธรรมชาติเช่นกันufa

อีกหนึ่งความประทับใจ สำหรับคนที่ชื่นชอบท่องเที่ยวแบบธรรมชาติ  ไม่ได้ติดหรูหรือความสะดวกสบาย  ต้องการหามุมสงบสำหรับพักผ่อน นั่งเล่น นอนเล่น  ได้ตลอดทั้งวัน  ลองมาให้สีเขียวของต้นไม้และความบริสุทธิ์ของธรรมชาติโอบกอดเราไว้ที่  บ้านแม่แมะ

รายละเอียดเพิ่มเติม

โฮมสเตย์บ้านแม่แมะมีประมาณ 4 แห่ง คิดราคาเป็นแพคเกจ ราคาจะอยู่ที่ 650 -750 บาท  รวมที่พัก 1 คืน อาหาร 2 มื้อ เช้า เย็น

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *