เที่ยวคนเดียว
เพื่อรู้จักตัวเองมากขึ้น

เมื่อคุณได้เดินทางแล้วครั้งหนึ่ง การผจญภัยจะไม่มีวันสิ้นสุด แต่ความทรงจำมันจะถูกเล่นในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่าในเบื้องลึกของจิตใต้สำนึก จิตใจคนเราไม่สามารถละไปจากการเดินทางได้ง่ายขนาดนั้น

ไม่ใช่ทุกคนที่เคยหลงทาง จะหลงทาง

เราอาศัยอยู่ในโลกมหัศจรรย์ที่เต็มไปด้วยความงามเสน่ห์และการผจญภัยไม่มีที่สิ้นสุดสำหรับการผจญภัยที่เราสามารถมีได้ หากเพียงแต่เราแสวงหาด้วยการเปิดตาของเรา และเดินทางไป

การเดินทาง
คือการใช้ชีวิต

การเดินทางนั้นมากมายหลายล้านความรู้สึกที่คนเราจะแบ่งปันให้กันได้และไม่เพียงกี่โอกาสของเราที่โคจรมาแลกเปลี่ยนความทรงจำซักช่วงนึงของชีวิต

พี่สาวเหยื่อถูกญาติ 7 คน รุมข่มขืน ขอย้ายที่อยู่ หลังหนึ่งในผู้ต้องหาได้ประกันตัว

รุมข่มขืน ความคืบหน้าคดี น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 29 ปี ชาวตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี พาเด็กหญิงเขียว (นามสมมติ) อายุ 12 ปี น้องสาว เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา หลังทราบว่า น้องสาวถูกกลุ่มเครือญาติรวม 7 คนล่วงละเมิดทางเพศมานานกว่า 2 ปี จึงมาแจ้งความให้ติดตามตัวมาดำเนินคดี กระทั่งพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับและช่วงเช้ามืดวันที่ 13 มิถุนายน 63 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี ได้นำกำลังพร้อมหมายจับศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 13 ปี ซึ่งตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ทั้ง 5 คน ได้ที่บ้านพัก ประกอบด้วย

1. นายนายอนันต์ นรินทร์นอก อายุ 51 ปี ลุงเขย
2. นายทรงวุธต์ หันกลาง อายุ 21 ปี น้าเขย
3. นายประเชิญ ชาวปลายนา อายุ 32 ปี น้าเขยเหยื่อ
4. นายพะเยาว์ เรืองฤทธิ์ อายุ 32 ปี ไม่ใช่ญาติ
5. นายสุรัตน์ ภูฆัง อายุ 34 ปี น้าเขย อยู่บ้านเดียวกับเหยื่อ ได้รับการประกันตัวในชั้นศาล

ส่วนอีก 2 คน เป็นเยาวชน ต้องรอให้ผู้ปกครองพามาพบพนักงานสอบสวน เพื่อสอบปากคำร่วมกับสหวิชาชีพ เพื่อดำเนินการต่อไป

พี่สาวเหยื่อขอย้ายที่อยู่ หลัง 1 ในผู้ต้องหาได้ประกันตัว

รุมข่มขืน วานนี้ 16 มิถุนายน 63 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปบ้านพี่สาวเหยื่อ พบว่ามีสื่อมวลชนมาคอยติดตามเฝ้าทำข่าวอย่างต่อเนื่อง ในหมู่บ้านพบว่ามีชาวบ้านนั่งจับกลุ่มพูดคุยวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บางรายก็บอกว่าไม่อยากจะเชื่อว่าผู้ต้องหาทั้งหมดจะก่อเหตุจริง บางรายก็ไม่เชื่อเลยว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นในหมู่บ้าน

ขณะที่พี่สาวเหยื่อเปิดเผยว่า ที่ผ่านมา ทาง ปรับปรุงสังคมรวมทั้งความมั่นคงของคนเรา สุพรรณบุรี มาแจ้งว่า ต้องการจะขอย้ายที่อยู่ก่อน ไหม ตอนแรกก็คิดว่าจะไม่ย้ายที่อยู่ แม้กระนั้น เมื่อพอเพียงมาทราบข่าวสารว่า 1 ในผู้ต้องหาได้ รับการประกันตัวออกมาแล้ว จนถึงมาเดี๋ยวนี้รู้สึก กลัวเรื่องความปลอดภัย เพราะเหตุว่านาทีนี้ไม่รู้ จักเลยว่ามีคนใดคิดดี คิดร้ายกับตนกันบ้าง ก็ เลยรู้สึกว่าคงจะไม่ปลอดภัย และก็ได้ขอค่า แนะน่ากับทางญาติๆว่าจะขอให้ทางพัฒนาสังคม และก็ความมั่นคงของมนุษย์ สุพรรณบุรี หรือหน่วย งานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือ เรื่องจะขอย้ายที่ อยู่อาศัยชั่วครั้งคราว ไปก่อน ซึ่งจากนี้ไปก็ยังไม่รู้ จักว่าผู้ต้องหาอีก 4 คน จะได้รับการประกันตัว ออกมาอีกไหม จึงจะขอย้ายที่อยู่ก่อน ในช่วงนี้

ผู้ปกครอง 1 ใน 7 คน ไม่เชื่อว่าลูกชายร่วมก่อเหตุ

ส่วนทางด้านผู้ปกครองของ ด.ช.วัย 14 ปี ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็น 1 ในกลุ่มผู้ก่อเหตุ ออกมาเปิดเผยว่าไม่เชื่อว่าบุตรชายจะร่วมก่อเหตุในครั้งนี้ด้วย แต่อย่างไรก็ตามตอนนี้ลูกชายได้ถูกกล่าวหาแจ้งความดำเนินคดีตกเป็นจำเลยของสังคมไปแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอหมายเรียกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจมาแจ้งก่อน ก็จะพาตัวบุตรชายไปให้สหวิชาชีพสอบปากคำ สำหรับตัวของเด็กชายออกมาปฏิเสธขอยืนยังว่าไม่มีส่าวนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ส่วนทางญาติผู้ต้องหาอีก 4 ราย เปิดเผยว่าอยากจะขอยื่นเรื่องประกันตัวผู้องหาทั้ง 4 ราย แต่ทางครอบครัวผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย บอกว่าไม่มีหลักทรัพย์และเงินสด ที่จะนำไปใช้ยื่นเรื่องขอประกันตัว จึงต้องปล่อยให้ผู้ต้องหาทั้ง4รายถูกฝากขังที่เรือนจำไปก่อนจนกว่าจะหาหลักทรัพย์มาประกันตัวได้

ขณะที่ผู้สื่อข่าวติดต่อขอสัมภาษณ์กับพ่อของนายสุรัตน์ ภูฆัง 1 ในผู้ต้องหาที่ได้รับการประกันตัว ซึ่งอยู่คนละหมู่กับบ้านเหยื่อ โดยพ่อผู้ต้องหาเปิดเผยว่ามาถึงตอนนี้ยังไม่เชื่อว่าบุตรจะก่อเหตุข่มขืนเหยื่อ เนื่องจากที่ผ่านมาได้สอบถามเค้นกับลูกชายมาแล้ว ลูกชายก็ยังยืนยันปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำกับเหยื่อตามที่ถูกกล่าวหา

อ่านต่อ

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *