เที่ยวคนเดียว
เพื่อรู้จักตัวเองมากขึ้น

เมื่อคุณได้เดินทางแล้วครั้งหนึ่ง การผจญภัยจะไม่มีวันสิ้นสุด แต่ความทรงจำมันจะถูกเล่นในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่าในเบื้องลึกของจิตใต้สำนึก จิตใจคนเราไม่สามารถละไปจากการเดินทางได้ง่ายขนาดนั้น

ไม่ใช่ทุกคนที่เคยหลงทาง จะหลงทาง

เราอาศัยอยู่ในโลกมหัศจรรย์ที่เต็มไปด้วยความงามเสน่ห์และการผจญภัยไม่มีที่สิ้นสุดสำหรับการผจญภัยที่เราสามารถมีได้ หากเพียงแต่เราแสวงหาด้วยการเปิดตาของเรา และเดินทางไป

การเดินทาง
คือการใช้ชีวิต

การเดินทางนั้นมากมายหลายล้านความรู้สึกที่คนเราจะแบ่งปันให้กันได้และไม่เพียงกี่โอกาสของเราที่โคจรมาแลกเปลี่ยนความทรงจำซักช่วงนึงของชีวิต

หอพระอิศวรและเสาชิงช้า

หอพระอิศวรและเสาชิงช้า อยู่ริมถนนราชดำเนิน เป็นโบราณสถานในศาสนาฮินดู เป็นที่ประดิษฐานศิวลึงค์ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของพระอิศวรและ ฐานโยนิ รวมทั้งเทวรูปสำริดอีกหลายองค์ อาทิ เทวรูปศิวนาฎราช พระอุมาและพระพิฆเนศ ซึ่งจำลองจากองค์จริงที่เก็บรักษาไว้ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่ง ชาตินครศรีธรรมราช

สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอยุธยา แต่ของเดิมชำรุดไปหมดแล้วอาคารที่ปรากฏทุกวันนี้เป็นอาคารที่กรมศิลปากรบูรณะขึ้นใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2509 ทางด้านเหนือของหอพระอิศวรเป็นวัดเสมาเมือง ทางด้านใต้เป็นเสาชิงช้า ซึ่งสร้างขึ้นใหม่แทนของเก่าซึ่งใช้ในพิธียัมปวาย และตรีปวาย ของพราหมณ์ เมืองนครศรีธรรมราช

โดยจำลองแบบมาจากเสาชิงช้าในกรุงเทพฯ แต่มีขนาดเล็กกว่า และ เพิ่งเลิกไปเมื่อ พ.ศ. 2468 เดิมหอพระอิศวรเป็นที่ประดิษฐานเทวรูป พระอิศวรหลายองค์ เป็นปางหรือภาคต่างๆ กัน ซึ่งเป็นเทพสูงสุดตามความเชื่อของพราหณ์ลัทธิไศวนิกาย แต่เดิมใกล้ๆ กับเสาชิงช้า มีโบสถ์พราหมณ์อยู่หลังหนึ่ง

แต่ปัจจุบันผุพังลงจนไม่เหลือซากแล้ว ภายในบริเวณโบสถ์เป็นแหล่งที่พบชิ้นส่วนเทวรูปที่หล่อด้วยสำริดอายุระหว่างพุทธศตวรรษที่ 18 – 25 หลายองค์ด้วยกัน อาทิ พระพิฆเนศวร พระศิวะนาฏราช พระอุมา และรูปหงส์ นับว่าเก่าแก่มีค่ายิ่งนัก อ่านต่อ

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *